Business Lab at Baan Gita, Chiang Rai ถ้าคุณมีบ้าน อาคาร หรือที่ดินอยู่แล้ว และสงสัยว่ามันจะกลายเป็น small stay ได้ไหม มาอยู่จริง ลองจริง ใน real case study ที่ไม่ใช่ห้องเรียน ไม่ใช่ PowerPoint 2 วัน 1 คืน · 15,900 บาท
คุณไม่ใช่นักพัฒนาอสังหาฯ และไม่ได้มองหาการลงทุนใหม่ แต่คุณมีทรัพย์สินที่อยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่เริ่มโล่งลง อาคารที่ดูแลอยู่แต่รายได้ไม่คุ้ม หรือที่ดินต่างจังหวัดที่ยังไม่รู้จะเริ่มอะไร ความคิดที่ว่า "น่าจะทำเป็น small stay ได้นะ" อาจผ่านหัวมาแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน
บ้านที่เคยคึกคักตอนนี้เงียบลงทุกปี พื้นที่เหล่านั้นอาจต้อนรับแขกที่ใช่แทนที่จะทิ้งไว้เฉย ๆ
บ้านของพ่อแม่มีเรื่องราวและทำเลที่น่าสนใจ แต่ยังขาดทิศทางที่ชัดเจนว่าจะเปลี่ยนให้มันงอกเงยได้อย่างไร
การเปลี่ยนจาก monthly rental มาเป็น daily rate อาจฟังดูซับซ้อน แต่ในหลายกรณีรายได้ต่างกันได้ 2–3 เท่า
บ้านต่างจังหวัดที่กำลังคิดจะกลับไปใช้ชีวิตหลังเกษียณ อาจเริ่มสร้างรายได้ได้ก่อน แม้ยังไม่ได้ย้ายไปอยู่
"ถ้าเราเอาบ้านหลังนี้มาทำเป็นที่พักล่ะ?"
บางทีมันเริ่มจากช่วงเวลาเงียบ ๆ ในห้องที่ลูกย้ายออกไปแล้ว หรือตอนขับรถผ่านบ้านเก่าของพ่อแม่แล้วนึกขึ้นมาเฉย ๆ คุณไม่ได้อยากสร้างโรงแรม คุณแค่อยากรู้ว่าสิ่งที่มีอยู่แล้วตรงหน้า มันพอจะเริ่มต้นได้ไหม
นี่คือเหตุผลที่ครูเก๋สร้าง MY HOME, MY SMALL STAY ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อให้คำตอบสำเร็จรูป แต่เพื่อช่วยให้คุณหาคำตอบที่ใช่สำหรับทรัพย์สินของคุณโดยเฉพาะ
ครูเก๋ไม่ได้อยากชวนคุณเดินทางมาเชียงรายเพื่อมานั่งเรียนเรื่องธุรกิจที่พักจาก PowerPoint เพราะเรามีห้องเรียนที่ดีกว่านั้นอยู่แล้ว: บ้านคีตาทั้งหลัง
เข้ามาพักที่บ้านคีตาในฐานะแขกจริง ใช้ห้องน้ำจริง รับประทานอาหารเช้า เดินผ่านสวนและพื้นที่ส่วนกลางจริง
ตั้งแต่การมาถึง Check-in การเข้าห้อง การพัก การรับบริการ ไปจนถึง Check-out
ครูเก๋จะชวนคุณเปลี่ยนบทบาท กลับมาดูบ้านหลังเดิมด้วยสายตาของคนทำธุรกิจ

แทนที่จะเล่าให้คุณฟัง เราจะเดินเข้าไปดูของจริง
เราจะเดินเส้นทางเดียวกับที่แขกเดิน ไม่ใช่แค่พูดถึงมัน
เราจะดู Review จากธุรกิจจริงของบ้านคีตา ไม่ใช่ตัวอย่างสมมติ
เราจะดูว่าธุรกิจเล็ก ๆ อย่างบ้านคีตาใช้ช่องทางเหล่านี้อย่างไรในชีวิตจริง
ที่ดินและอาคารของบ้านคีตาเป็นของครอบครัวครูเก๋มาตั้งแต่ต้น ส่วนหนึ่งเป็นบ้านที่อยู่อาศัย อีกส่วนปล่อยเช่ารายเดือนให้ผู้เช่าระยะยาว รายได้ค่าเช่ามีสม่ำเสมอแต่ไม่คุ้มกับค่าดูแลรักษา ครูเก๋เองตอนนั้นทำงานด้าน Corporate Communications อยู่ก่อน และตัดสินใจลองปรับบ้านเป็นที่พักรายวันโดยไม่มีที่ปรึกษา แค่เริ่ม ผิดพลาด และค่อย ๆ เรียนรู้ไปเรื่อย ๆ
รายได้รายเดือนไม่คุ้มค่าดูแล ครูเก๋เริ่มตั้งคำถามว่ามีทางอื่นไหม
เริ่มโดยที่ปรึกษา และไม่รู้ว่าจะมีแขกมาจริงไหม
ไม่มีแขกนานหลายเดือน ใช้เวลานั้นรีโนเวต
บ้านคีตามี 12 ห้องพัก คะแนนเฉลี่ย 9.2 บน Booking.com และยังดูแลเองโดยครอบครัวของครูเก๋
"ถ้าย้อนกลับไปได้ ฉันอยากรู้ก่อนว่าห้องเต็มกับกำไรดีมันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน นั่นคือสิ่งที่อยากให้คุณรู้ก่อนที่จะเริ่ม"
ดูตั้งแต่ห้องพัก ห้องน้ำ เตียง ที่นอน Amenities พื้นที่ส่วนกลาง สวน พื้นที่อาหารเช้า Storage, Housekeeping, Laundry Flow และพื้นที่หลังบ้าน
เราไม่ได้เรียนเพียงว่า "บ้านคีตาทำอะไร?" แต่จะถามต่อว่า "ทำไมถึงทำ?" และ "ทำแล้วเกิดอะไรขึ้น?" และที่สำคัญที่สุด: "ถ้าเป็นบ้านของคุณ เรื่องนี้ควรเหมือนหรือต่างจากบ้านคีตาอย่างไร?"
นี่คือหัวใจของโปรแกรม เป้าหมายไม่ใช่ให้คุณกลับไปสร้าง "บ้านคีตาอีกหลังหนึ่ง" เพราะบ้านของคุณไม่ใช่บ้านคีตา ทำเล โครงสร้าง ขนาด สภาพแวดล้อม เรื่องราว และงบประมาณ อาจไม่เหมือนกันเลย
ธุรกิจจริงที่คุณสามารถเดินดู สังเกต ถาม และเรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงได้ตลอดการพัก คือกรณีศึกษาที่จับต้องได้จริง
บ้านหรือสถานที่จริงที่คุณกำลังคิดจะพัฒนา ทุกบทเรียนจากบ้านคีตาจะถูกนำกลับมาถามกับบ้านของคุณโดยตรง
ทุกครั้งที่เราเรียนรู้บางอย่างจากบ้านคีตา ครูเก๋จะพาคุณกลับมาที่คำถามว่า: "แล้วบ้านของคุณล่ะ?"
ก่อนเดินทางมา ครูเก๋จะขอให้คุณส่งข้อมูลของ Property ล่วงหน้า ไม่จำเป็นต้องมี Business Plan ไม่จำเป็นต้องมีแบบสถาปัตยกรรม และไม่จำเป็นต้องเริ่มรีโนเวตแล้ว
รูปบ้าน ห้อง พื้นที่รอบบ้าน ทางเข้า พื้นที่ส่วนกลาง และสภาพแวดล้อมโดยรอบ
จำนวนห้อง ขนาดโดยประมาณ การใช้งานปัจจุบัน ทำเล และงบประมาณเบื้องต้น
เป้าหมายรายได้ และเหตุผลที่คุณกำลังคิดถึงการนำสถานที่นี้มาทำเป็นที่พัก
สมมติบ้านของคุณมี 3 ห้อง ตั้งราคาคืนละ 1,500 บาท ถ้าเต็มทุกคืนตลอดเดือน รายได้รวมคือ 135,000 บาท ฟังดูดี แต่ก่อนที่คุณจะเห็นเงินในบัญชี รายได้นั้นต้องรับผิดชอบรายการเหล่านี้ก่อน:
OTA Commission 15–18% (Booking.com / Airbnb) + ค่าน้ำค่าไฟประมาณ 3,000–5,000 บาท/เดือน
ค่าซักผ้าปูที่นอนและผ้าขนหนู + Amenities (สบู่ แชมพู กระดาษทิชชู) ประมาณ 80–120 บาท/คืน/ห้อง
ถ้ามีอาหารเช้า: ต้นทุนวัตถุดิบ + เวลาเตรียม หรือค่าจ้างแม่บ้านพาร์ทไทม์ 300–500 บาท/วัน
ค่าซ่อมแซมเล็กน้อยที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอ เครื่องทำน้ำอุ่น แอร์ ก๊อกน้ำ ประตู ควรตั้งสำรองไว้อย่างน้อย 5% ของรายได้
เวลาของเจ้าของ Check-in/out, ตอบ message, จัดการปัญหา: ถ้าคิดเป็นเงิน คุณจะยังรู้สึกว่าคุ้มไหม?
เมื่อหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกแล้ว กำไรจริงต่อห้องต่อคืนอาจเหลือเพียง 400–700 บาท ไม่ใช่ 1,500 บาท และนั่นยังไม่รวมช่วงที่ห้องว่าง ซึ่งในความเป็นจริง Occupancy Rate ของที่พักขนาดเล็กในไทยมักอยู่ที่ 40–60% ไม่ใช่ 100%
"คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ 'บ้านนี้ขายได้คืนละเท่าไร?' แต่คือ 'ที่ Occupancy 50% กำไรจริงต่อเดือนคือเท่าไร และมันคุ้มกับชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไปไหม?'"
คนที่มาเรียนกับครูเก๋ส่วนใหญ่อายุ 45–60 ปี บางคนยังทำงานอยู่แต่เริ่มมองหาอะไรบางอย่างไว้รองรับ บางคนเพิ่งเกษียณแล้วพบว่าต้องการทั้งสิ่งที่ทำ และรายได้ที่ยังไหลเข้า สิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการคือธุรกิจที่ต้องบริหารทีม 10 คน หรือทำงาน 7 วัน/สัปดาห์ พวกเขาต้องการบางอย่างที่เข้ากับชีวิตที่อยากมี คำถามจึงไม่ใช่ "จะ maximize รายได้ยังไง?" แต่คือ "ธุรกิจแบบไหนที่ Run ได้ แล้วยังมีชีวิตเหลืออยู่?"
บ้านคีตาปัจจุบันมี 12 ห้อง พอดีกับชีวิตที่อยากมี
บางเจ้าของเลือกปิดวันจันทร์–อังคาร หรือปิดทั้งเดือนในช่วง Low Season เพื่อเดินทาง ธุรกิจที่ดีควรรองรับชีวิตของเจ้าของได้
อาหารเช้าเพิ่มรายได้ แต่ก็เพิ่มภาระ ครูเก๋จะช่วยคุณคิดว่าสำหรับบ้านของคุณ มันคุ้มหรือไม่คุ้ม ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป
แม่บ้านพาร์ทไทม์ 3 วัน/สัปดาห์ หรือระบบ Self Check-in อาจเปลี่ยนชีวิตคุณได้มากกว่าที่คิด โดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนมาก
ก่อนออกแบบธุรกิจ ครูเก๋จะถามก่อนเสมอว่า: "ชีวิตที่คุณอยากมีหน้าตาเป็นอย่างไร?" แล้วค่อยออกแบบธุรกิจให้เข้ากับชีวิตนั้น ไม่ใช่กลับกัน
ก่อนจะรีบตั้งชื่อว่าเป็น Boutique Hotel, Homestay หรือที่พักประเภทใด ครูเก๋อยากให้เรากลับมาดูว่า สถานที่แห่งนี้กำลังบอกอะไรเราอยู่?
พื้นที่ภายนอก ต้นไม้ และบรรยากาศธรรมชาติอาจเป็นสิ่งพิเศษที่แขกจะจดจำมากที่สุด
ความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม อาหาร งานฝีมือ หรือเรื่องราวท้องถิ่นอาจเป็นจุดแข็งที่แท้จริง
บางที การทำน้อย แต่ทำสิ่งจำเป็นให้ดี คือคำตอบที่ใช่สำหรับสถานที่นั้น
เรื่องราวและความทรงจำที่ฝังอยู่ในบ้านอาจเป็นสิ่งที่ไม่มีใครซื้อหาหรือสร้างขึ้นมาใหม่ได้
MY HOME, MY SMALL STAY มองสถานที่ผ่าน 3 มิติที่เป็นเนื้อแท้ทางกายภาพและธุรกิจ
ของจริงของบ้านและธุรกิจบอกอะไรเรา? ต้นทุน โครงสร้าง ข้อจำกัด และข้อมูลตลาดที่จริง
Character ของ Property นี้คืออะไร? บรรยากาศและทำเลกำลังบอกอะไรเราในเชิงธุรกิจ?
สถานที่นี้มีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาไปในทิศทางไหน? อะไรคือ Concept ที่ควรนำไปสำรวจต่อ?
ครูเก๋ไม่ได้เปิดรับแบบคลาสสัมมนาใหญ่ และไม่ต้องรอรวมรุ่นเป็นรอบเดือน เราเปิดบ้านตามวันที่คุณสะดวก และตามวันที่บ้านคีตายังมีห้องว่าง
บรรยากาศยังคงเป็นบ้านคีตาที่สงบ อบอุ่น และเป็นกันเอง
ทานอาหารเช้าและเดินสำรวจระบบบ้านคีตา (Walkthrough) ร่วมกัน คำถามหรือมุมมองจากเพื่อนอีกบ้านหนึ่ง มักเปิดไอเดียและจุดบอดที่คุณนึกไม่ถึง
นำรูปและตัวเลขของบ้านคุณมากางบนโต๊ะ เพื่อให้แต่ละครอบครัวได้รับแผนงานที่เจาะลึกเฉพาะตัว 100%
สำหรับคนที่มี Property อยู่แล้ว และความคิดนี้วนอยู่ในหัวมาสักพัก แต่ยังไม่อยากรีบตัดสินใจ 2 วัน 1 คืน เพื่อให้ได้คำตอบชัดเจนหนึ่งข้อก่อนลงเงินกับการรีโนเวทหรือจ้างที่ปรึกษา: "บ้านนี้ควรทำต่อไหม และถ้าทำ ควรไปทิศทางไหน?" คุณมาในฐานะแขก แล้วกลับพร้อม Opportunity Map ของบ้านคุณเป็นเอกสาร
เช็คอินในฐานะแขกจริง → เดิน Guest Journey ทั้งเส้น → Business Walkthrough: ดูทุกพื้นที่ในฐานะเจ้าของ → เปิด OTA จริง ดู Pricing Calendar จริง อ่าน Review จริงของบ้านคีตา → ทานอาหารเย็นและ Debrief: สิ่งที่เห็นวันนี้ บ้านของคุณเหมือนหรือต่างอย่างไร?
🧘 โบนัสพิเศษ: Laughter Yoga ยามเช้ากับครูเก๋ Certified Laughter Yoga Master Trainer เพื่อเติมพลังกายและใจ → อาหารเช้าร่วมกัน → My Home Audit: ครูเก๋นำรูปและข้อมูล pre-work ของคุณมากางบนโต๊ะ วิเคราะห์ REALITY × PLACE × POSSIBILITY ของบ้านคุณ → สรุป My Home Opportunity Map: GO / TEST SMALL / NOT YET พร้อมเหตุผลและขั้นตอนถัดไปที่ชัดเจน
รวมที่พักบ้านคีตา 1 คืน, อาหารเช้า, กระบวนการ Lab ทั้งหมด และ My Home Opportunity Map
โปรแกรมส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเพื่อขายความฝัน โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้คุณ ได้คำตอบที่จริง ครูเก๋เคยทำงานกับคนที่มาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แล้วกลับบ้านพร้อมคำว่า "ยังไม่ใช่" และพวกเขาขอบคุณ เพราะเกือบใช้เงิน 500,000 บาทกับการรีโนเวตที่ไม่มีทางคืนทุน เป้าหมายของโปรแกรมนี้คือ Clarity ไม่ใช่ Conversion และถ้าคำตอบที่ได้คือ "ไม่" หรือ "ยังไม่ใช่ตอนนี้" นั่นก็คือผลลัพธ์จริงที่คุ้มค่ากับค่าโปรแกรม
"ทำได้ แต่ 2 ห้องก็พอ ไม่ต้องรีโนเวตทั้งหลัง งบ 150,000 บาทก็เริ่มได้"
"บ้านนี้ไม่เหมาะกับ Daily Rate แต่ถ้าปล่อย Long Stay รายเดือน รายได้อาจดีกว่าที่คิด"
"ยังไม่พร้อมเปิดตอนนี้ แต่รู้แล้วว่าต้องทำอะไรก่อน และใช้เวลาประมาณ 6 เดือน"
"บ้านนี้ไม่ควรทำเป็นที่พัก และการรู้เรื่องนี้ก่อน ช่วยประหยัดเงินได้หลักล้าน"
ครูเก๋ทิ้งงาน Corporate Communications ในกรุงเทพฯ กลับบ้านที่เชียงราย แล้วเริ่มเปิดห้องด้วยความคิดว่า "น่าจะลองดู" เธอเรียนรู้จากความผิดพลาดตลอด 9 ปี จนบ้านคีตากลายเป็น small stay 12 ห้องที่ยังเปิดอยู่จนวันนี้ และเรื่องราวทั้งหมดนั้นกลายเป็นหนังสือ
นอกจากบ้านคีตา ครูเก๋ยังเป็น Certified Laughter Yoga Master Trainer จากสถาบัน Laughter Yoga International และนำศาสตร์นี้มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริงที่บ้านคีตาด้วย
"อย่าเพิ่งเอาบ้านไปทำที่พัก ถ้ายังไม่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้" คลิกที่นี่
หลังหนังสือวางขาย คนอ่านถามคำถามเดิมซ้ำๆ ว่า "มีบ้านอยู่ ควรทำไหม แล้วเริ่มจากตรงไหน?" โปรแกรมนี้คือคำตอบ จากคนที่ยังรันบ้านคีตาด้วยตัวเองอยู่จนถึงวันนี้
คุณไม่จำเป็นต้องมี Business Plan ไม่จำเป็นต้องรีโนเวตอะไร และไม่จำเป็นต้องแน่ใจด้วยซ้ำว่านี่คือทิศทางที่ใช่ สิ่งที่คุณต้องมีคือสถานที่ที่คุณอยากรู้คำตอบ และความพร้อมที่จะใช้เวลา 2 วัน มองบ้านหลังนั้นอย่างตรงไปตรงมา ร่วมกับคนที่ทำมาแล้ว 9 ปี
"มาดูก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากให้คุณทำ"
1) ส่งข้อมูลเบื้องต้น และช่วงวันที่สะดวกมาทาง Google Form
2) ครูเก๋จะอ่านข้อมูล เช็กวันว่าง และยืนยันการจองภายใน 48 ชั่วโมง
แต่ละรอบรับผู้เข้าร่วมไม่เกิน 3 ทรัพย์สิน (สูงสุด 6 ท่าน) เพื่อให้ครูเก๋มีเวลาดูแลแต่ละบ้านอย่างจริงจัง วันที่เปิดรับขึ้นอยู่กับปฏิทินของบ้านคีตา ติดต่อมาก่อนเพื่อเช็กวันว่าง
Advance Reservation Required · รับจำนวนจำกัด 3 ทรัพย์สิน/รอบ
อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำ มาดูธุรกิจจริงก่อน มาดูบ้านของคุณให้ลึกขึ้น แล้วค่อยรู้ว่า บ้านหลังนี้ควรเป็นอะไร หรือไม่ควรเป็นอะไรเลย
MY HOME, MY SMALL STAY